ในชุมชนท่องเที่ยว มีคำถามซ้ำ ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยมาก
“ไปเที่ยวไหนได้บ้าง” “กินข้าวที่ไหนดี” “เส้นทางไหนน่าแวะ”
คนในพื้นที่รู้คำตอบ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะตอบได้ทันที ข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ในความทรงจำ ในการบอกปากต่อปาก ในประสบการณ์ของคนที่อยู่มานาน แต่ยังไม่ถูกจัดวางให้คนนอกเข้าถึงได้ง่าย
โจทย์นี้ไม่ได้เกิดเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง หลายชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศเจอปัญหาคล้ายกัน
คำถามที่ตามมาคือ ถ้าเราสร้างกระบวนการรวบรวมข้อมูลชุมชนให้เป็นระบบ แล้วทำให้มันเป็นต้นแบบที่จับต้องได้ มันจะเป็นแนวทางที่ชุมชนอื่น ๆ นำไปทดลองต่อได้ไหม
ต้นแบบที่ภูผาม่าน
เทคไทบ้านพยายามทำเรื่องนี้มาสักพักแล้ว
บทความก่อนหน้า เราเล่าถึงความพยายามที่ภูผาม่าน ตั้งแต่ปี 2565 ที่เราเริ่มเก็บข้อมูลชุมชนอย่างเป็นระบบ สร้างเว็บไซต์ ทำ QR Code ตั้งไว้ที่ร้าน เพื่อให้คนมาเที่ยวค้นหาข้อมูลได้ด้วยตนเอง
ตอนนั้นเราตั้งคำถามว่า ถ้าความรู้ที่มีอยู่แล้วในชุมชนถูกจัดวางให้คนนอกเข้าใจได้ มันจะเปลี่ยนประสบการณ์ของนักเดินทางได้แค่ไหน และถ้ากระบวนการแบบนี้ทำซ้ำได้ มันอาจเป็นไอเดียให้ชุมชนอื่น ๆ เอาไปลองต่อ
ขอนแก่น ทริป
ททท. สำนักงานขอนแก่นมองเห็นแนวทางนี้ และชวนเทคไทบ้านมาต่อยอดกลไกเดียวกันกับเส้นทางท่องเที่ยวของขอนแก่น ภายใต้แคมเปญ Made in Khon Kaen แนวคิดหลักคือ “ตามรอยเส้นทางวัตถุดิบ” ให้นักเดินทางออกสำรวจชุมชนได้ด้วยตัวเอง
ขอนแก่นมีชุมชนดี ๆ กระจายอยู่หลายอำเภอ มีเรื่องราว มีวัตถุดิบ มีผู้คน แต่ข้อมูลยังไม่มีที่รวมให้ค้นหาได้ในทีเดียว ถ้าไม่รู้จักใครในพื้นที่ ก็ยากจะรู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน
จนกลายมาเป็น khonkaentrip.com
แพลตฟอร์มออกแบบมาให้ชุมชนสามารถเพิ่มข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวของตัวเองได้โดยตรง นักเดินทางที่เข้ามาก็วางแผน Road Trip ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรู้จักใครในพื้นที่ก่อน

ทดสอบในงาน Taste of Kaen
การทดสอบจริงเกิดขึ้นในงาน Taste of Kaen วันที่ 20–21 มิถุนายน 2567 กิจกรรมวันแรกเริ่มต้นด้วยมื้อ Fine Dining ที่ร้านแก่น ร้านอาหารอีสานที่ติดมิชลินไกด์สองปีซ้อน เชฟไพศาลและเชฟจิ๊บรังสรรค์ Tasting Menu จากวัตถุดิบ 8 ชุมชน แต่ละเมนูมี QR Code ให้แขกสแกนตามรอยกลับไปดูข้อมูลชุมชนบนเว็บไซต์ได้เลยระหว่างกิน ผู้ผลิตทุกคนถูกแนะนำในชื่อของตัวเอง ไม่ใช่แค่แหล่งวัตถุดิบที่ไม่มีชื่อ
วันสองพาสื่อมวลชนและ Influencer ออก Day Trip ตามรอยชุมชน ล่องเรือแก่งละว้า เยือนวัดไชยศรี ทำ Workshop ศิลปะกับ SIRI ก่อนมาจบที่ห้องอาหาร Food by Fire บนโรงแรมแอดลิบที่มองเห็นวิวเมืองมุมสูง
อ่านรายละเอียดงาน Taste of Kaen ฉบับเต็มที่ The Cloud
สิ่งที่เทคไทบ้านเรียนรู้จากกระบวนการนี้
บทเรียนแรกคือเรื่องของภาคีและการขยายผล
เมื่อก่อนเราทำงานกับชุมชนโดยตรง ซึ่งดี แต่ก็มีขีดจำกัดในแง่ของการเข้าถึง การที่ ททท. สำนักงานขอนแก่นมองเห็นกลไกนี้และชวนมาต่อยอด ทำให้เราเข้าใจว่าถ้ากระบวนการเก็บข้อมูลชุมชนมีความชัดเจนพอ มันสามารถเดินทางไปกับหน่วยงานและภาคีที่มีเครือข่ายอยู่แล้วได้
ไม่ต้องสร้างทุกอย่างใหม่ทุกครั้ง
บทเรียนที่สองคือเรื่องของเวลาและบริบท
การทดสอบในงาน Taste of Kaen สอนให้เรารู้ว่า ข้อมูลชุมชนที่ดีไม่จำเป็นต้องรอให้คนมาหาบนเว็บไซต์ มันสามารถไปอยู่ในบริบทที่คนกำลังสนใจอยู่แล้ว เช่น ระหว่างมื้ออาหาร ระหว่างเดินทาง ระหว่างที่ประสบการณ์กำลังเกิดขึ้น
QR ที่สแกนได้ระหว่างกินอาหาร ไม่ใช่แค่ลิงก์ แต่คือช่องทางที่เชื่อมประสบการณ์เข้ากับที่มา
และนั่นคือสิ่งที่เราอยากนำกลับไปทดลองต่อที่ภูผาม่าน ว่าถ้าชุมชนมี Platform เป็นของตัวเอง และมีภาคีที่เชื่อมบริบทการใช้งานเข้าด้วยกัน กระบวนการแบบนี้จะยืนได้ด้วยตัวเองหรือเปล่า
สิ่งที่เราสังเกตเห็นจากสื่อมวลชนและนักสร้างสรรค์ใน Day Trip วันที่สองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เมื่อพวกเขาเดินเข้าชุมชนพร้อมฐานข้อมูลที่จัดระเบียบแล้ว วิธีที่พวกเขาตั้งคำถามเปลี่ยนไป จากการรับข้อมูลแบบ passive กลายเป็นการสำรวจแบบ active ข้อมูลไม่ได้แทนที่ประสบการณ์ตรง แต่ทำให้ประสบการณ์นั้นมีจุดตั้งต้นที่ชัดขึ้น
สิ่งที่เราพยายามพิสูจน์ตลอดมาไม่ใช่เรื่องของ Platform
แต่คือคำถามข้อหนึ่ง
เป็นไปได้ไหมที่ชุมชนจะเป็นเจ้าของความรู้ของตัวเอง และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการดูแลและส่งต่อความรู้นั้นร่วมกัน
KhonkaenTrip ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่เป็นหลักฐานว่ามันเริ่มต้นได้
ขอบคุณ ททท. สำนักงานขอนแก่น และภาคีเครือข่ายทุกท่านที่ชวนกันทำให้กลไกนี้เกิดขึ้นได้จริง
ปัจจุบัน khonkaentrip.com ยังคงเปิดใช้งานอยู่ และชุมชนต่าง ๆ ยังสามารถเพิ่มเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
และสิ่งที่เราเรียนรู้จากขอนแก่น กำลังถูกนำกลับไปต่อยอดที่ภูผาม่าน จุดเริ่มต้นของคำถามนี้ครั้งแรก การพัฒนาแพลตฟอร์มท่องเที่ยวชุมชนครั้งใหม่คงสนุกน่าดูเมื่อมีเครื่องมือ AI เข้ามาช่วย